วันจันทร์แล้วจ้า แต่สาวไร้งานประจำงานอิชั้น ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรกับวันจันทร์สักเท่าไหร่ แต่กับรู้สึกดีใจซะมากกว่าที่วันจันทร์ซะทีเน้อ เพราะอิชั้นเหนื่อยเหลือเกินกับวันเสาร์-อาทิตย์สุดวุ่นวาย อุ้ยตายว๊ายกรี๊ดมั่กๆ
แต่ดูเหมือนฉันก็ไม่ได้จะว่าง แถมยุ่งไปหมดทั้งๆที่ฉันไม่ได้มีงานประจำให้ปวดหัว อาจเป็นเพราะเจ้าแม่โปรเจคซะละมั้ง เยอะแยะไปหมด ไม่ว่าจะขายของ(สมุนไพร) ขายขนม(เล็กๆน้อยๆวางบนโต๊ะ เผื่อลูกค้าเคลิ้ม หยิบนั่งกิน) เขียนบทความ(แอบเป็นบล็อกเกอร์ประจำเว็บไซด์น่ารักๆ Sistacafe) และรับจ็อบน่ารักๆสอนพิเศษน้องๆหนู และงานกิตติมศักดิ์อย่างงานบัญชี (ที่มันช่างขัดกับความรู้ด้านคณิตศาสตร์ที่อิชั้นมี)
เยอะมั๊ยล่ะ!!
นี่ในหัวยังมีอีกบานเลยนะ แต่ก็คิดนะว่าฉันจะมีชีวิต(สโลไลฟ์)ยังงี้ไปวันๆเหรอ ยังคิดจะหางานประจำอยู่ตลอดเวลาเลย อยากลองเป็นสาวออฟฟิศกินเงินเดือนเหมือนคนอื่นเค้าบ้าง บางทีก็อยากมีอารมณ์เกลียดวันจันทร์ หงุดหงิดกับ Rush hour
ไม่ได้ประชด แต่แค่รู้สึกว่าพวกนี้มันบ่งบอกถึงความมั่นคงในชีวิตได้ใช่มั้ย?
อยากรู้จังว่าอีกสัก 10 ปี ที่ฉันกลับมาอ่านบันทึกนี้ ตอนนั้นฉันจะมีงานอะไรทำ รุ่งเรืองไหม ร่ำรวยอยู่เหรอเปล่า แล้วที่สำคัญเธอมีความสุขมากๆหรือเปล่า
มันเหมือนตอนเอนท์เข้ามหาลัย ตอนนั้นคิดฟุ้งซ้านไปหมดว่า ตัวเองจะไปนั่งอยู่ตรงไหน ใส่ชุดมหาลัยของที่ใด หรือว่าจะสอบไม่ติด แล้วชีวิต ทำยังไงต่อ
และวันนี้วันที่เรียนจบก็ตอบคำถามเมื่อ 4 ปีที่แล้วได้หมด ว่าฉันเข้าเรียนที่คณะโบราณคดี เอกภาษาฝรั่งเศษ ฉันสอบตรงเข้ามาได้ แหมว่าจะตัวสำรองรอบสอง(รันทดโน๊ะ สำรองของสำรอง) มีเพื่อนดี ชีวิตสนุก ถึงแม้การเรียนภาษาฝรั่งเศษที่เรียนมาถึง 4 ปี ที่ใครๆคาดหวังว่าจะพูดภาษาฝรั่งเศสได้คล่องปรือ มันกลับตาลปัตร ฉันยังกลัวทุกครั้งที่เจอกับภาษานี้ แต่ไม่ได้เกลียด แค่รู้สึกกดดันว่าทำไมชั้นเก่งไม่สุด เอาตัวรอดได้ อ่านออก เข้าใจ แต่ไม่กล้าใช้
แต่ใครจะเชื่อว่าฉันจบมาพร้อมกับเกียรตินิยมอันดับสอง --- นี่อาจเป็นเหมือนสิ่งที่บอกว่า แม้ว่าเธอไม่ได้เก่งมาแต่กำเนิด แต่ถ้าเธอพยายาม ขยันหมั่นเพียร เธอก็ไม่แพ้ใคร
แต่ฉันเหนื่อยยยย เหนื่อยที่ต้องทำ พยายาม และขยันมากกว่าคนอื่น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น